5 ประเภทหมึกพิมพ์ ที่เหมาะสำหรับพิมพ์กล่องอาหาร

5 ประเภทหมึกพิมพ์ ที่เหมาะสำหรับพิมพ์กล่องอาหาร

สำรวจ 5 ประเภทหมึกพิมพ์ ที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับการพิมพ์กล่องบรรจุอาหาร หมึกพิมพ์ถั่วเหลือง, หมึกน้ำ, หมึกยูวี, หมึกแห้งเร็ว, และหมึกพิเศษ พร้อมคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย และถูกต้องตามมาตรฐาน

ในบทความนี้ เราจะทำการแนะนำ 5 ประเภทหมึกพิมพ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพิมพ์กล่องบรรจุอาหาร ตั้งแต่หมึกที่มาจากวัสดุธรรมชาติอย่างหมึกพิมพ์ถั่วเหลือง ไปจนถึงหมึกที่มีคุณสมบัติพิเศษสำหรับกระบวนการพิมพ์ที่ต้องการความเร็วสูง โดยแต่ละประเภทจะมีข้อดี ข้อเสีย และคุณลักษณะที่เหมาะสมกับการใช้งานที่ต่างกัน และที่สำคัญที่สุด การเลือกหมึกที่เหมาะสมนั้นจะต้องทำให้ผู้ผลิตสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ทั้งในเรื่องของการป้องกันอาหาร และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

ประเภทหมึกพิมพ์กล่องอาหาร มีอะไรบ้าง

การพิมพ์บนกล่องอาหารจำเป็นต้องใช้หมึกที่ปลอดภัยสำหรับอาหารและทนทานต่อเงื่อนไขต่างๆ เช่น ความชื้น ความร้อน และการขนส่ง ประเภทของหมึกที่เหมาะสำหรับพิมพ์กล่องอาหารมีดังนี้

1.หมึกพิมพ์ถั่วเหลือง (Soy Ink)

หมึกพิมพ์ถั่วเหลืองเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับงานพิมพ์บนบรรจุภัณฑ์อาหาร เนื่องจากส่วนประกอบหลักของมันมาจากน้ำมันมันถั่วเหลืองซึ่งเป็นทรัพยากรหมุนเวียนได้และย่อยสลายในธรรมชาติได้ง่ายกว่าหมึกพิมพ์ที่มีพื้นฐานจากน้ำมันปิโตรเลียม การใช้น้ำมันมันถั่วเหลืองทำให้หมึกนี้มีกลิ่นอ่อนกว่า ไม่รุนแรง และมีปริมาณสารประกอบอินทรีย์ระเหย (VOCs) ที่ต่ำ ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยสารที่อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมนุษย์

2.หมึกน้ำ (Water-Based Ink)

หมึกน้ำเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการพิมพ์บรรจุภัณฑ์อาหารด้วยวิธี flexographic เทคนิคการพิมพ์ที่ใช้พลาสติกฟิล์ม, กระดาษ, หรือวัสดุอื่นๆ เหมาะสำหรับการผลิตจำนวนมาก หมึกน้ำมีพื้นฐานจากน้ำ จึงไม่มีการระเหยของสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายได้ง่ายเหมือนหมึกที่มีพื้นฐานจากสารละลาย คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้มันเป็นหมึกที่ไม่มีกลิ่น และมีความปลอดภัยเมื่อใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารที่ต้องการความเข้มงวดในด้านการควบคุมคุณภาพและสุขอนามัย

3.หมึกยูวี (UV Ink)

หมึกยูวี (UV Ink) ถือเป็นนวัตกรรมในอุตสาหกรรมการพิมพ์ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของความสามารถในการแห้งอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับการฉายแสงยูวี คุณลักษณะนี้ทำให้หมึกยูวีเป็นที่ต้องการสำหรับกระบวนการพิมพ์ที่มีความเร็วสูง เนื่องจากสามารถลดเวลาหยุดของเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้มาก

นอกจากนี้ หมึกยูวียังมีความทนทานต่อการขูดขีดและการเสื่อมสภาพจากสภาพแวดล้อม เช่น การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิหรือความชื้น ทำให้เหมาะสมกับการใช้งานบนพื้นผิวที่ต้องการความทนทานสูง รวมถึงบนพลาสติกหรือวัสดุที่ไม่ดูดซับหมึก นอกจากนี้ สีที่ได้จากหมึกยูวีมีความสดใสและคงทน ทำให้บรรจุภัณฑ์อาหารมีรูปลักษณ์ที่น่าดึงดูด

4.หมึกแห้งเร็ว (Quick-Dry Inks)

หมึกแห้งเร็ว (Quick-Dry Inks) เป็นหมึกที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกระบวนการพิมพ์ที่ทำงานด้วยความเร็วสูง เช่น กระบวนการพิมพ์แบบออฟเซ็ต ซึ่งต้องการให้หมึกบนวัสดุพิมพ์แห้งสนิทอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันการเลอะเทอะและเพื่อรักษารายละเอียดของงานพิมพ์ได้ชัดเจน ความสามารถนี้ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของเส้นทางการผลิตได้ โดยการลดเวลาที่ใช้ในการรอให้หมึกแห้ง ช่วยให้ผลิตภัณฑ์สามารถผ่านไปยังขั้นตอนการผลิตถัดไปได้เร็วขึ้น

5.หมึกพิเศษ (Specialty Inks)

หมึกพิเศษ (Specialty Inks) หมายถึงประเภทของหมึกที่มีคุณสมบัติพิเศษหรือที่ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น การทนต่อสภาวะแวดล้อมหรือการแสดงผลที่ไม่ธรรมดา เหล่านี้รวมถึงหมึกที่สามารถทนความร้อนได้ดี เหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ต้องผ่านการอบหรือความร้อนสูง หมึกทนน้ำมันสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่อาจต้องสัมผัสกับน้ำมันหรือไขมัน หมึกที่เปลี่ยนสีตามอุณหภูมิซึ่งสามารถบอกสถานะของสินค้าได้ และหมึกที่มองเห็นได้เฉพาะเมื่ออยู่ภายใต้แสง UV ซึ่งมักใช้เพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัยหรือการตรวจสอบสินค้า

ซึ่งหากอยากทราบว่ามีปัจจัยอะไรบ้างในการเลือกหมึกพิมพ์ สามารถอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ ปัจจัยในการเลือกหมึกพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุด

สรุป

ดังนั้น ในการเลือกหมึกพิมพ์ ต้องพิจารณาถึงข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของอาหารด้วย หมึกที่ใช้ควรไม่มีสารพิษหรือองค์ประกอบที่อาจปนเปื้อนอาหารได้ และควรได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น FDA ในสหรัฐอเมริกา หรือ EFSA ในสหภาพยุโรป เพื่อการใช้งานที่ปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย